Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot dot dot
bulletEnglish
dot
dot
bulletโครงการถนนคนเดิน
bulletงืดแต๊ กำเมือง
bulletสารคดีเหนือเด่นดัง
bulletนำสวัสดิ์ ตูน
bulletเรื่องสั้นล้านนา
bulletวิถีชีวิตของชาวล้านนาใน ๑๒ เดือน
bulletขอขอบคุณเดลินิวส์
dot
dot
bulletเครื่องคิดเลข
bulletอัตราแลกเปลี่ยน
bulletปฏิทิน
dot
dot
bulletของแต่งบ้าน
bulletเสื้อผ้าและเครื่องประดับ
bulletผลิตภัณฑ์ชาวเขา
bulletสินค้าพื้นเมืองล้านนา
bulletภาพเขียน
bulletของที่ระลึก
bulletอาหารพื้นเมืองเชียงใหม่
bulletNew Products
dot

dot
dot
dot
bulletเที่ยวทั่วภาคเหนือ
bulletNorthern Thailand Tour
bulletเว็บคนเชียงใหม่
bulletเชียงใหม่นิวส์
bulletChiang Mai Hotels
dot
dot


ไปรษณีย์ไทย
นิ่มซี่เส็ง


dot
สาวติดเน็ต

เรื่องสั้นล้านนา “สาวติดเน็ต” โดย ไท ราภาพ

“เฮอะเหอ...ไปเฮียนแผวปริญญา ก่นึกว่าจะได้ดี ตี้แต๊ ก็ปิ้กมาอยู่บ้าน บ่ยะก๋านยะงาน มือถือเหียอัน...แอ่วบ้านเหนือ บ้านใต้ ขึ้นล่อง ขึ้นล่อง บ่าอั้นก่เล่นเน็ตเล่นแน็ต ระวังเต๊อะ จะเป๋นเรื่องเป๋นราวเหมือนในหนังสือพิมพ์” (เสียงอุทานเย้ยหยัน)ไปเรียนถึงขนาดปริญญา นึกว่าจะได้ดีก็แค่กลับมาอยู่บ้าน ไม่ทำงาน พกมือถือเที่ยวไปเที่ยวมา ไม่งั้นก็เล่นอินเตอร์เน็ต ระวังจะเหมือนข่าวหน้าหนังสือพิมพ์

                ป้าเป็ง  หญิงกลางคนโฆษกหรือนักข่าวประจำหมู่บ้าน พูดไปพร้อมกับดูดกินน้ำเต้าหู้ที่ใช้ฟันกัดมุมถุงโดยไม่ต้องใช้แก้วหรือหลอดดูด ชาวบ้านหลายคนสาลวนซื้อของและฟังป้าเป็งพูดไปด้วยที่หน้าตูบกาด(ร้านขายของชำเล็กๆ)

                ป้าเป็ง ผู้ซึ่งชาวบ้านเรียกกัน “ป้าเป็งปากบะแต็บ” (ปากประทัดเล็ก) นิสัยชอบเล่าเรื่องนินทาคนเป็นที่หนึ่ง แต่ชาวบ้านก็ชอบฟังแกพูดเพราะแกมักจะได้ขอมูลข่าวสารเชิงลึกมาจุดประทัดให้คนฮือฮากันอยู่ตลอด แกเป็นแม่ฮ้าง(แม่หม้าย) มีลูกสาว 1 คน ชื่อบัวผัด เข้าไปทำงานในเวียงเชียงใหม่หลายปีแล้วข่าวว่าทำงานร้านคาราโอเกะ

                “จันทร์” เด็กสาวที่ป้าเป็งพูดถึงเคยเรียนหนังสือชั้นประถมที่หมู่บ้านนี้รุ่นๆเดียวกับลูกสาวป้าเป็ง แต่จันทร์เรียนต่อจนจบป.ตรี ในขณะที่บัวผัดทำงานในเมือง ป้าเป็งมักจะคุยโม้โอ้อวดลูกสาวตนเองแม้ไม่ได้เรียนสูงแต่หาเงินได้เยอะแยะซื้อของเข้าบ้านไม่ว่าจะเป็นทีวี ตู้เย็น เครื่องครัวและจะพูดจาข่มเฉพาะจันทร์และครอบครัวอยู่ตลอดมา

                หมู่บ้านสันป่าคำ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการแกะสลักไม้ ทุกครอบครัวในหมู่บ้านนี้ นอกจากการทำนาเพื่อเอาข้าวเปลือกเหนียวเก็บไว้ใน หลองข้าว(บ้านเล็กๆยกสูงสำหรับเก็บข้าวเปลือก)เพื่อเอาไว้เฉพาะพอกินไม่พอขาย แล้วก็จะประกอบอาชีพการแกะสลักไม้  ในอดีตสมัยเศรษฐกิจดี หมู่บ้านนี้มีผู้คนเข้ามาติดต่อซื้อไม้แกะสลักฝีมือดีอยู่อย่างคึกคัก เสียงโป๊กๆ ดังระงมกันทั้งหมู่บ้านตลอดเวลา

                จันทร์เกิดที่นี่ พอลืมตาดูโลกก็ได้พบเห็นการแกะสลักอยู่รอบตัวไปหมด แต่นิสัยของจันทร์ก็เหมือนเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่สนใจจะเป็น “มือแกะ” เหมือนพ่อแม่ ดีอยู่หน่อยที่จันทร์ชอบดูฝีมือแกะสลักทั้งของพ่อแม่และของครอบครัวอื่น  ในหมู่บ้านอย่างเช่นฝีมือของ “หนานถา” ที่แกะจากไม้สักทั้งต้นใหญ่ขนาดคนโอบรอบ 2 คน เป็นรูปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่มีมิติลึกล้ำสวยงามมาก “หนานถา” ต้องใช้สิ่วขนาดต่างๆมากกว่า 30 สิ่ว เพื่อคว้านส่วนบางส่วนลึก ของปราสาทบนสวรรค์ จันทร์มักไปขลุกที่บ้านหนานถาทุกวันๆพร้อมกับใช้มือถือถ่ายรูปไว้

                “หนานถา” ใช้เวลาเกือบ 9 เดือนจึงแกะสวรรค์ดาวดึงส์สำเร็จ เป็นอะไรที่อลังการสวยงามมีเสน่ห์ชวนให้หยุดมองมากๆเพราะจะมีความลึกถึง3-4ชั้น จากหมู่เมฆมีนกบินมีตัวปราสาทแสนวิจิตร ลึกเข้าไปในท้องพระโรงมีพระมหาเทพนั่งบนบัลลังก์พร้อมกับพระมเหสีแวดล้อมด้วยเหล่าเทพบริวาร ลึกเข้าไปอีกเป็นห้องบรรทม มีนางฟ้านุ่งน้อยห่มน้อยบนเตียงพร้อมเครื่องใช้ครบครัน ทั้งหมดมีรายละเอียดที่นาทึ่งอีกมากมาย สำหรับจันทร์นั้น “อิน” มากๆ

                นอกจากฝีมือของ “หนานถา”แล้วก็ยังมีสุดยอดฝีมืออีกหลายคนในหมู่บ้านเช่น “อ้ายคำปัน” นั้นโดดเด่นในการแกะช้างและสัตว์ต่างๆ “พี่คำป้อ” แกะลายเล็กบนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ “น้อยปุ๊ด” เก่งทางรูปหุ่นเช่นพระพุทธรูปกวนอิม พระเกจิ หรือคนเหมือน แม้แต่ “ป้อตั๋น” “ป้าเขียว” พ่อแม่ของจันทร์ก็เชี่ยวชาญในการแกะแจกันไม้ หมู่บ้านสันป่าคำมีชื่อเสียงและทำให้เศรษฐกิจของหมู่บ้านดีมาตลอด

                เมื่อเหตุการณ์ทั้งของโลกและในประเทศเป็นไปในทางลบ หลายๆปีมานี้จึงทำให้ความรุ่งเรื่องของสันป่าคำตกต่ำลงไปด้วย พ่อค่านักธุรกิจที่เคยเข้าๆออกๆในหมู่บ้านก็ค่อยน้อยลง เสียงโป๊กๆจากการใช้ค้อนทุบสิ่วก็เบาบางลงไป ชาวบ้านก็ใช้เวลาเข้าแพะเข้าป่า หาเห็ดหาหน่อไม้ แมลงและผักผลไม้กินกันตามประสาพอประทังไปวันๆ

                ป้อตั๋นกับป้าเขียว(พ่อแม่ของจันทร์)ช่วยกันหาบหนอไม้จากบนดอยเข้ามาขายให้อุ้ยเป็งที่ตูบกาด มีชาวบ้านหลายคนกำลังซื้อของกินอยู่ เสียงดังของป้าเป็งบ่าแต็บดังขึ้น

                “แม่เฮย....เป๋นจาใดพ่อง ปู่ตั๋นกับย่าเขียว มาขายหน่อแล้วกา แล้วอี่จั๋นลูกสาวปริญญาหายไปไหน บ่มาจ้วยเซาะหน่อพ่องกา จ๋มหัวอยู่กับคอมพิวเตอร์วันค่ำๆ บ่มาจ้วยป้อแม่”

                “โอ้โฮ...เป็นไงบ้าง ปู่ตั๋นกับย่าเขียว มาขายหน่อไม้แล้วหรือ แล้วจันทร์ลูกสาวปริญญาหายไปไหน ไม่มาช่วยพ่อแม่ มุดหัวอยู่กับคอมพิวเตอร์ทั้งวันไม่ช่วยพ่อแม่”

                พ่อตั๋นป้าเขียวทำหูทวนลม ไม่สนใจคำพูดปากประทัดแตกของป้าเป็ง ก้มหน้าก้มตาขายหน่อไม้ได้เงินแล้วก็ซื้อของกินกลับบ้าน

                จันทร์เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อตั๋นป้าเขียวที่รักมาก ทั้งสองไม่เคยสนใจคำติฉินนินทาของชาวบ้านที่ว่าจันทร์ไม่สนใจจะทำงาน วันๆเอาแต่เล่นเน็ตเล่นมือถือ ทั้งสองต่างก็ยังรักและเชื่อมั่นในตัวลูกสาวว่าจะเป็นไปในทางที่ดีโดยไม่เคยดุด่าว่ากล่าวลูกรักแม่แต่สักครั้งเดียว

                ความเชื่อของคนล้านนานั้น เชื่อว่าเมื่อมีเหตุเภทภัยเข้ามาในบ้านหรือหมู่บ้านก็จะต้องทำพิธีสืบชะตา เช่นเดียวกับหมู่บ้านสันป่าคำนี้ที่แต่ก่อนเคยรุ่งเรืองชาวบ้านมีเงินมีทองใช้เป็นอย่างดีแต่เดี๋ยวนี้ลำบากขัดสนจนชาวบ้านต้องเข้าป่าหาเห็ดหาหน่อกินกัน พ่อหลวงคำ (ผู้ใหญ่บ้าน) จึงจัดการพิธีสืบชะตาขึ้นที่วิหารวัดสันป่าคำ

                เสียงปู่จ๋าน(อาจารย์ผู้นำพิธี) สวดเป็นภาษาล้านนาผ่านเครื่องกระจายเสียงดังได้ยินไปทั้งหมู่บ้าน เนื้อความเกี่ยวกับร้องกับขอให้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เทวบุตร เทวดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปจงช่วยดลบันดาลให้ผู้คนในหมู่บ้านจงพ้นเคราะห์พ้นโศกพ้นโรคภัยทั้งปวงและให้โชคดี มีโชคลาภ

                ชาวบ้านทั้งหมดหมู่บ้านนั่งพนมมือเรียบร้อยร่วมพิธีอยู่ในศาลาวัด ต่างคนต่างก็มีความสุขและอิ่มเอมใจเพราะเชื่อกันว่าหลังพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้แล้ว หมู่บ้านคงจะหายทุกข์โศกและโชคดีแล้ว

                เสร็จสิ้นพิธี ผู้คนก็เริ่มทยอยกันกลับบ้าน รถฉลามบกของเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดไฟหลังค่าแวบๆ นำขบวนรถแวนตรวจการและเก๋งตามมาอีก 2-3 คัน เข้ามาจอดที่ลาดวัด นายตำรวจท่านหนึ่งเปิดประตูรถแล้วเดินมาหาชาวบ้านที่หน้าตาตื่นตกใจ ออกันอยู่บนบันไดพระวิหาร

                “คนไหนชื่อจันทร์?” นายตำรวจสอบถามชาวบ้าน “กูว่าแล้ว!! อี่จั๋นมันเล่นเน็ตเล่นแนตจะต้องมีเรื่องมีราวเข้าสักวัน คนนี้เจ้าคุณต๋ำหนวด ยับมันไปเลย” ป้าเป๋งบะแต็บพูดเสียงดังพร้อมกับชี้มือมาที่จันทร์ ชาวบ้านหลบกันวูบวาบเปิดช่องให้จันทร์ปรากฏตัวเด่นที่หน้าพระวิหาร

                “อ๋อ... คุณจันทร์หรือครับ ผมเป็นตำรวจนำขบวนรถท่านทูตประเทศอัลสโลเนีย ท่านฑูตนำท่านประทานบริษัทค้าไม้แกะสลักมาพบกับคุณจันทร์เพื่อเจรจาการซื้อขายกับหมู่บ้านของคุณจันทร์ตามที่ได้ติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ต”

                จันทร์พาพ่อหลวงคำมาแนะนำให้รู้จัก มร.อีวาน สนอฟ ประธานบริษัทค้าไม้และท่านเอกอัครราชทูตอัลสโลเนียแห่งประเทศไทย

“ยินดีมากที่ท่านเอกอัครราชทูตให้เกียรติมาเยือนหมู่บ้านสันป่าคำ ดิฉันพร้อมกับท่านผู้ใหญ่บ้าน จะนำท่านพร้อมคณะเดินชมหมู่บ้านเราหลังจากนั้นจะพาท่านกลับมาที่ในพระวิหารเพื่อเจรจาเรื่องความร่วมมือในการผลิตไม้แกะสลักของหมู่บ้านสันป่าคำส่งไปขายยังประเทศอัลสโลเนียอีกต่อไป”

จันทร์ใช้ภาษาอังกฤษพูดคุยกับคณะของท่านทูตอันสโลเนียอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางความทึ่งของชาวบ้านทั้งหมดที่มุงดูกันอยู่ โดยเฉพาะป้าเป็งปากบะแต็บที่ทำหน้าตาเลิกลัก มองคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความสงสัยและตกใจ แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะกลัวเกรงผู้มาเยือนที่มีทั้งตำรวจ ท่านทูต ท่านประทานและคณะซึ่งแต่งกายภูมิฐานน่ายำเกรง

ท่านทูตกล่าวกับพ่อหลวง(โดยผ่านการแปลจากจันทร์)ว่า “ประเทศอัลสโลเนีย มีพลเมืองประมาณห้าสิบล้านคนเป็นประเทศที่หนาวเย็น ผู้คนใช้ชีวิตประจำวันยู่ในบ้านหรืออาคารเป็นส่วนมากและชาวอัลสโนเนียเป็นผู้คลั่งไคล้เฟอร์นิเจอร์แกะสลักมากโดยเฉพาะแกะสลักฝีมือดีจากประเทศไทย ที่ผ่านมาเราซื้อจากตัวแทนจำหน่ายของบริษัททางยุโรป แต่เมื่อเห็นเว็บบล็อกของมิสจันทร์ ท่านประธานบริษัทจึงพอใจมากที่จะสั่งซื้อตรงจากหมู่บ้านสันป่าคำโดยเชื่อว่าจะได้ราคาที่ถูกกว่าและการบริการที่ดีกว่า โดยเรายินดีแต่งตั้งให้มิสจันทร์เป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทเพื่อประสานกับชาวบ้านเพราะที่ผ่านมามิสจันทร์ได้ทำหน้าที่สื่อสารติดต่อกบบริษัททางอินเตอร์เน็ตมาเป็นอย่างดีเยี่ยมอยู่แล้ว”

กลุ่มชาวบ้านเปล่งเสียงแสดงความดีใจกันอย่างครึกครื้น ไอ่ติ๊บ ไอ่เปิ้บ น้อยดี หนานถา ปีคำ ไปลากเอากลองมาตีต้อนรับคณะท่านทูตอัลสโลเนียกันครึกครื้น

ท่านทูตหัวเราะก๊ากอย่างอารมณ์ดี เมื่อท่านเลขาแปลคำพูดของลุงสมขี้เหล้าให้ฟัง

“ท่านทูตกินลาบ หลู้ เหล้า กับเฮาสักคาบบ๋อ?” “ท่านทูตกินลาบ หลู้ เหล้ากับพวกเราสักมื้อนะ?”

เสียงโป๊กๆกลับมาดังระงมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ชาวบ้านไม่ค่อยมีเวลาหาของป่ามากนักเหมือนที่ผ่านมาจันทร์ทำหน้าที่จัดสรรปันส่วนออร์เดอร์ให้ช่างแกะไม้ได้อย่างลงตัวและทั่วถึง นอกจากได้เงินมากและสม่ำเสมอแล้ว ชาวบ้านก็มักมีความสนุกสนานกับออร์เดอร์แปลกๆใหม่ๆให้ท้าทายฝีมือของช่างแกะสันป่าคำ ชาวบ้านเริ่มรู้จักการแกะสลักลายหลุยส์ “เรอนาซองล์”  นกอินทรี สิงโต ยีราฟ ฯลฯ เมื่อจันทร์พริ้นท์รูปตัวอย่างออร์เดอร์มาโชว์ก็ได้หัวเราะเฮฮาวิพากษ์วิจารณ์ไปตามประสานิสัยของคนเมือง

“อะหยังอย่างแมงก่ำปุ๊งโหล้ “เหมือนตัวแมงมุม” เสียงวิจารณ์จากชาวบ้านคนหนึ่งเมื่อเห็นลวดลายเลอนาซองล์

                บนดอยปอกมีพระเจดีย์ที่ชาวบ้านเรียก “ธาตุ” บนยอดดอยอยู่ห่างจากหมู่บ้านในระยะเดินพอได้เหนื่อยนอกจากเป็นที่ไหว้สาสวดมนต์ภาวนาของพุทธศาสนิกชนในหมู่บ้านสันป่าคำแล้ว ยังมีป่าไม้และสภาพแวดล้อมสวยงามและมีจุดชมวิวที่เห็นทั้งหมู่บ้านและวิวเทือกเขายาวทอดไปไกลสุดขอบฟ้า

                จันทร์มักใช้เวลาไหว้พระสวดมนต์ภาวนาและคิดเรื่องราวอะไรต่างๆ ที่นี่ประจำ

                บนโขดหินใต้ต้นไม้ใหญ่ จันทร์นั่งทอดกายสบายอารมณ์ หันหน้ามาทางวิวหมู่บ้านคิดถึงเรื่องราวของหมู่บ้าน พ่อแม่ และตัวเธอเองรู้สึกเป็นสุขใจและปลื้มปิติกับผลงานของตัวเองที่ได้ใช้วิชาความรู้ที่พ่อแม่กู้หนี้ ธกส. ส่งเสียให้เรียนจนจบมหาวิทยาลัย ฟันฝ่าอุปสรรคและเสียงนินทาว่าร้ายทั้งปวงมาได้และนำพาความสุขมาสู่ครอบครัวและหมู่บ้าน จันทร์คิดว่า ในแต่ละหมู่บ้านต่างๆ ของประเทศไทย คงต้องมีเยาวชนทั้งชายหญิงที่จบจากมหาวิทยาลัยได้ความรู้ต่างๆกลับมาช่วยพัฒนาหมู่บ้านเหมือนกับที่เธอทำอยู่นี้ น่าจะทำให้สังคมไทยเข้มแข็งและพัฒนาสู่ความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยะประเทศแน่นอน

                “คนเก่ง คนงาม ของอ้ายมานั่งหลบอยู่บนดอยนี่โหล้”

                “คนเก่ง คนสวยของพี่มานั่งอยู่บนดอย”

                ทอนชายหนุ่มพัฒนาการอำเภอ อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันแต่เป็นรุ่นพี่สอบบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาการอำเภอที่หมู่บ้านจันทร์ตั้งอยู่ หลังจากจบแล้วงานของทั้งสองคนก็ได้เกี่ยวข้องกันตลอด เพิ่มความสนิทสนมกันจนกลายเป็นความรัก ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายได้กำหนดแต่งงานกันก่อนสงกรานต์จะถึงนี้

                ทอนเข้ามานั่งเคียงข้างจันทร์อย่างมีความสุขทั้งสองเพลิดเพลินกับวิวดอยที่พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า

               

 




เรื่องสั้นล้านนา

ผึ้งและผลิตภัณฑ์ของผึ้ง
ผีม้ง
สาวเชียงใหม่



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Chiang Mai Lanna Products 6/18 หมู่1 ถ.คันคลองชลประทาน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทร.087-6602002/087-0714440(คุณแป้ง), 089 5596181 (คุณดิน) แฟกซ์. 053 892337 E-mail : chiangmaiwalkingstreet@gmail.com Thai website : www.chiangmaiwalkingstreet.com English website : www.chiangmaieshopping.com